หลังจากที่ทหารและตำรวจนับพันได้หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ
มันคงไม่แปลกที่ผู้คนต่างสงสัยว่า การนองเลือดครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ในขณะเดียวกัน คนเสื้อแดง ผู้ซึ่งรัฐบาลตราหน้าว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” “ขบวนการล้มเจ้า”
ก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนีหากกลับเตรียมพร้อมรับมือกับการสลายอย่างเต็มที่
ในสภาวะเช่นนี้ คนไทยทุกคนควรช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด worst case scenario (สถานการณ์ที่เป็นไปได้อย่างที่แย่ที่สุด)
สำหรับตัวผู้เขียนนั้น worst case scenarioคือ สงครามกลางเมืองที่ยาวนานถึงสามวันสามคืนโดยมีผู้บาดเจ็บล้มตายจากทั้งสองฝ่ายเป็นพันคน
ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมหรูย่านราชประสงค์ ที่ซึ่งคนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมอยู่ก็อาจจะกลายเป็นซากปรักหักพังดังที่เราเคยได้เห็นที่เมืองคาบูล
หลังสิ้นสุดวันและคืนอันยาวนานแห่งสงครามกลางเมืองคนเสื้อแดงก็คงจะแปลงสภาพไปเป็นขบวนการใต้ดินตามด้วยสงครามกลางเมืองหลายเดือน หรือไม่ก็เป็นปี
เหล่าอนาคิสต์ทั้งหลายก็คงจะยึดพื้นที่ตามต่างจังหวัด เป็นฐานที่มั่นเพื่อต่อสู้กับรัฐต่อไป
ในขณะเดียวกัน เหล่าชายชุดดำลึกลับก็คงจะพยายามทำ “หน้าที่” ของเขาในการทำให้เกิดการสูญเสียมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะความสูญเสียในฝั่งรัฐบาล
ความเกลียดชังระหว่างคนเสื้อแดง ทหารและพันธมิตรฯ(หรือคนเสื้อชมพู หรือสีเสื้ออะไรก็ตามแต่ที่สนับสนุนรัฐบาล)อาจจะถึงจุดที่ทำให้เกิดการฆ่าแขวนคอดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
และถึงแม้ว่าจะมีรัฐประหารเกิดขึ้นในช่วงนี้มันก็ไม่น่าที่จะสามารถทำให้ประเทศกลับสู่ความสงบสุขได้
พม่าอาจจะกลายเป็นประเทศที่ปลอดภัยกว่าประเทศไทยและเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดา ก็จะมีการถูกนำมาฉายซ้ำที่นี้
เศรษฐกิจจะพังทลาย เหล่าคนเสื้อแดงก็จะไม่เหลือความศรัทธาและวางใจในระบบการเมืองที่เหลืออยู่อีกเลยและก็คงจะพยายามล้มล้างระบบการเมืองใดๆ ที่มีอยู่ด้วยการปฏิวัติประชาชน
ผมก็ไม่รู้ว่า worst case scenario ของคุณเป็นอย่างไรหากแต่ถ้ามันจะใกล้เคียงกับที่ผมทำนายไว้
เราก็น่าจะมาช่วยกันใช้สามัญสำนึกสำนึกที่มีอยู่ทำทุกๆ ทางเพื่อหยุดยั้งไม่ให้สิ่งที่ทำนายไว้เป็นจริง
และถึงผู้นำในทุกกลุ่มอำนาจ: มันไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเจรจาหยุดเสียแต่วันนี้
ก่อนที่มันจะสายเกินไปมาช่วยกันอย่าให้เลือดของใครต้องไหลนองแผ่นดินอีกเลย
ยกเว้นแต่ว่าคุณจงใจที่จะให้เป็นเช่นนั้น ก็ขอให้คุณใช้เลือดของคุณเองแทนก็แล้วกัน
ขอเสนอนี้รวมถึงนายอภิสิทธิ์และคนในรัฐบาล รวมถึงแกนนำเสื้อแดงด้วย
และสำหรับพวกเราคนธรรมดาที่ไม่ว่าคุณจะอยู่สีไหนก็ตาม
โปรดอย่าให้อะไรมาบดบังมโนสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ของคุณ
มิฉะนั้นคุณอาจต้องเสียใจในภายหลัง ซื่อสัตย์ต่อตัวเองในวันนี้
และถ้า คุณสู้เพื่อสันติสุขและประชาธิปไตย
ก็โปรดลองดูว่า คุณจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น
เราคงจะไม่สามารถไปเปลี่ยนจุดยืนและความคิดของแกนนำในกลุ่มต่างๆ ได้
หากแต่สำหรับพวกเราแต่ละคน เราควรจะถามตัวเองตอนนี้ว่า
เราจะสามารถทำ อะไรเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตยได้บ้าง
และอย่าลืม ที่อย่าให้สามัญสำนึกของคุณถูกเรื่องการเมืองบดบัง
นี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาชี้นิ้วหาคนผิด หากแต่เป็นเวลาที่เราต้องคิดถึงสังคมส่วนรวม
ทำตามสามัญสำนึกของคุณ และจำให้ขึ้นใจว่า
ทุกคนในสังคมคงไม่สามารถที่จะเห็นด้วยเหมือนกันไปเสีย ทุกเรื่อง
แต่สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือ
การทำให้แน่ใจว่า สังคมนี้จะสามารถเห็นต่างกันได้อย่างมีวุฒิภาวะ
และไม่ตกหลุมพรางของการแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรง
ประวิตร โรจนพฤกษ์ แปลจาก Stop now before it’s too late ใน The Nation
วันที่ 28 เมษายน 2010
ด้วยความงกๆๆๆ
งกกิจกรรมอาฮ่า